TFEX
5 Min Read

ไม่ต้องรู้ว่าราคาจะขึ้นหรือลงก็ทำกำไรได้ (ตอนที่ 1)

by บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน)
ไม่ต้องรู้ว่าราคาจะขึ้นหรือลง เก็งทำกําไรได้ (ตอนที่ 1)
โดยทีม TFEX Business บล. Finansia Syrus  

          สวัสดีครับผมเชื่อว่าคงจะดีไม่ใช่น้อย ถ้าเราสามารถทำกําไรจากการเทรดได้โดยไม่ต้องรู้ว่าอนาคตราคาของ สินค้าที่เราสนใจกําลังจะขึ้นหรือลง ซึ่งวันนี้ผมจะมาแนะนําให้เพื่อน ๆ นักลงทุนได้รู้จักกลยุทธ์ที่แม้ว่าเราจะไม่รู้ว่าราคาจะ ปรับตัวไปในทิศทางไหนกันแน่ แต่เราก็ยังสามารถทำกําไรจากการเทรดได้ ซึ่งรับรองว่าเพื่อน ๆ จะต้องไม่ผิดหวังกันอย่าง แน่นอน ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลยครับว่ากลยุทธ์ที่ว่าเค้าทำกันอย่างไร

คําถามหลักที่คนส่วนใหญ่อยากรู้แต่คนใช้กลยุทธ์นี้ไม่จำเป็นต้องรู้

          นักลงทุนส่วนใหญ่เชื่อว่าปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ได้กําไรจากการเทรดนั้น คือ ต้องมีความสามารถในการวิเคราะห์ ทิศทางของราคาได้อย่างแม่นยํา เลยทำให้ “ราคาจะขึ้นหรือลง?” เป็นคําถามที่นักลงทุนอยากรู้มากที่สุด แต่ต้องบอกว่า คําถามามง่าย ๆ แบบนี้ตอบไม่ง่ายเลย เพราะการวิเคราะห์หาทิศทางของราคาในอนาคตเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก หลาย ครั้งที่เราวิเคราะห์ว่าราคาน่าจะขึ้นแต่ก็ดันปรับตัวลง หรือบางที่วิเคราะห์ว่าราคาน่าจะลงแต่ก็ดันขึ้นซะงั้น

          แต่ในบางจังหวะที่กําลังจะเกิดเหตุการณ์สำคัญๆ เราอาจจะไม่รู้ว่าเหตุการณ์เหล่านั้นจะทำให้ราคาสินค้าที่เรา สนใจปรับตัวขึ้นหรือลงกันแน่ เช่น ตอนที่อังกฤษมีการลงประชามติว่าจะออกจากสหภาพยุโรป ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าผล ของการลงคะแนนจะออกมาอย่างไร หรือแม้กระทั่งตอนเลือกตั้งอเมริกาก็ตาม ที่เราไม่รู้ว่าใครจะได้เป็นประธานาธิบดีกันแน่

          แต่สิ่งที่ค่อนข้างมั่นใจได้ คือ ถ้าผลประกาศออกมาไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตาม จะส่งผลต่อจิตวิทยาของนักลงทุน ทำให้ตลาดหุ้นต้องวิ่งไปสักทางไม่ขึ้นก็ลง ถ้าเป็นข่าวดีราคาก็น่าจะวิ่งขึ้นอย่างมาก ถ้าเป็นข่าวร้ายราคาก็น่าจะ ปรับตัวลดลงอย่างมาก

ไม่จำเป็นต้องรู้ว่าราคาจะขึ้นหรือลง ก็ทำกำไรได้ด้วยการซื้อความผันผวน

          กลยุทธ์ที่จะมาแนะนําในวันนี้มีชื่อว่าว่า “การซื้อขายความผันผวน” หรือ “Volatility Trading” หลายคนอาจจะ เคยได้ยินชื่อของกลยุทธ์นี้มาบ้างแล้ว แต่อาจจยังไม่รู้ว่าเค้าทำกันอย่างไร ซึ่งในบทความนี้ผมจะแนะนําวิธีง่าย ๆ ที่นัก ลงทุนทั่วไปสามารถใช้เพื่อซื้อความผันผวน

          ในกรณีที่เราไม่รู้ว่าอนาคตราคาจะไปในทิศทางไหน จะขึ้นหรือจะลง แต่เราค่อนข้างมั่นใจว่าราคาจะต้องวิ่งไป สักทางเพราะว่ากําลังจะมีหรือมีเหตุการณ์สำคัญ ๆ เกิดขึ้น เราสามารถทำกําไรได้ด้วยการซื้อ Call Option และ Put Option พร้อม ๆ กัน เช่น ถ้าเราไม่รู้ว่าตลาดหุ้นไทยจะขึ้นหรือลง แต่มีเหตุการณ์สำคัญที่น่าจะทำให้ตลาดกําลังตัดสินใจ เลือกทางใดทางหนึ่ง ก็แนะนําให้ซื้อ Call Option และ Put Option ที่อ้างอิงกับดัชนีตลาดหลักทรัพย์อย่างพวกดัชนี SET50 พร้อมๆ กัน เป็นต้น
หมายเหตุ : ปัจจุบันมี Options ทั้ง Call Option และ Put Option ที่อ้างอิงกับดัชนี SET50 ซื้อขายอยู่ในตลาด TFEX ครับ ถ้าสนใจสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tfex.co.th

          การใช้กลยุทธ์นี้ นิยมซื้อ Options ประเภท Out Of the Money (OTM) พร้อม ๆ กัน ได้แก่ Call Option ที่มี ราคาใช้สิทธิสูงกว่าราคาปัจจุบัน และ Put Option ที่มีราคาใช้สิทธิต่ำกว่าราคาปัจจุบัน และมักจะเลือกมีราคาใช้สิทธิที่ ห่างจากราคาปัจจุบันใกล้เคียงกัน เช่น ปัจจุบันดัชนี SET50 อยู่ที่ 1000 จุด ก็มักจะซื้อ Call Option ที่อ้างอิงดัชนี SET50 ที่มีราคาใช้สิทธิ 1025 และ Put Option ที่มีราคาใช้สิทธิ 975 (ขอย้ำอีกรอบครับว่าต้องซื้อ Call Option และ Put Option พร้อมกันนะครับ!!!)

ทำไมกลยุทธ์นี้ถึงใช้ได้ผล?

          OTM Options มีคุณสมบัติพิเศษที่ทำให้กลยุทธ์นี้ประสบความสำเร็จ คือ ถ้าดัชนี SET50 ปรับตัวขึ้นจาก 1000 จุด การเพิ่มขึ้นของราคา Call Option จะมากกว่าการลดลงของราคา Put Option เช่น สมมติเราซื้อ Call Option ราคาใช้สิทธิ 1025 ไว้ที่ราคา 5 จุด ซื้อ Put Option ราคาใช้สิทธิ 975 ไว้ที่ 5 จุด แล้วดัชนี SET50 ขึ้นจาก 1,000 จุด เป็น 1,010 จุด ราคา Call Option 1025 อาจจะขึ้นจาก 5 จุดเป็น 10 จุด แต่ Put Option 975 อาจจะลงจาก 5 จุด เป็น 2 จุด เป็นต้น จึงทำให้ ทำให้ผลรวมถ้าเราขาย Call Option กับ Put Options ที่ซื้อมาพร้อม ๆ กัน ผลก็จะออกมาเป็นกําไร

          แต่ถ้าดัชนี SET50 ปรับตัวลงจาก 1000 จุด การเพิ่มขึ้นของราคา Put Option จะมากกว่าการลดลงของราคา Call Option เช่น สมมติเราซื้อ Call Option ราคาใช้สิทธิ 1025 ไว้ที่ราคา 5 จุด ซื้อ Put Option ราคาใช้สิทธิ 975 ไว้ที่ 5 จุด แล้วดัชนี SET50 ลดลงจาก 1,000 จุด เป็น 990 จุด ราคา Put Option 975 อาจจะขึ้นจาก 5 จุดเป็น 10 จุด แต่ Call Option 1025 อาจจะลงจาก 5 จุด เป็น 2 จุด เท่านั้น ทำให้ผลรวมถ้าเราขาย Put Option กับ Call Options ที่ซื้อมาพร้อม ๆ กัน ผลก็จะออกมาเป็นกําไร

          ถึงตรงนี้แล้วอย่าเพิ่งรีบเอากลยุทธ์นี้ไปใช้ทันทีนะครับ.... เรามาดูข้อควรระวัง!!!กันก่อน เพราะว่ากลยุทธ์นี้ จะใช้งานได้ไม่ดีถ้าราคาสินค้าที่เราเก็งไว้ไม่มีการเคลื่อนไหวเป็นระยะเวลานาน เนื่องจากถ้าราคาสินค้าที่เก็งไว้ไม่มีการ เคลื่อนไหวราคาของ Call Option กับ Put Option จะค่อย ๆ ปรับตัวลดลงเรื่อย ๆ

          เช่น สมมติเราซื้อ Call Option ราคาใช้สิทธิ 1025 ไว้ที่ราคา 5 จุด ซื้อ Put Option ราคาใช้สิทธิ 975 ไว้ที่ 5 จุด แล้วดัชนี SET50 ไม่ขยับไปไหนเลยอยู่ที่ 1,000 +/- นิดหน่อย เป็นเวลานาน ๆ ราคา Call Option 1025 และ Put Option 975 จะลดลงเรื่อย ๆ เหลือ 4 จุด -> 3 จุด ->2 จุด ตามเวลาที่ผ่านไป สรุปถ้าราคานิ่งไม่เคลื่อนไหวเราจะขาดทุน จากการที่ราคา Options ลดลงเรื่อย ๆ หรือที่เป็นผลกระทบจาก Time Decay นั่นเอง

สรุป

          ในกรณีที่เรารู้ว่าในอนาคตน่าจะมีเหตุการณ์หรือข่าวที่กระทบต่อราคาสินค้าที่เราสนใจได้โดยที่ไม่รู้ว่าราคาจะขึ้น หรือลง แต่รู้ว่าราคามันจะวิ่งไปทางใดทางหนึ่งโดยไม่อยู่นิ่งเท่านั้น เราสามารถใช้จังหวะนี้ในการทำกําไรด้วยกลยุทธ์การซื้อความผันผวน

          กลยุทธ์การซื้อความผันผวนสามารถทำได้ด้วยการซื้อ Call Option และ Put option ประเภท OTM พร้อม ๆ กัน โดยกลยุทธ์นี้จะใช้งานได้ดี “ราคาจะต้องมีการเคลื่อนที่” จะทำให้เรามีโอกาสได้กําไรจากการใช้กลยุทธ์นี้ ขออย่างเดียว ราคาอย่าอยู่นิ่งไม่เคลื่อนไหวเป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้เราขาดทุนได้จากผลกระทบของ Time Decay

          หลังจากที่เรารู้แล้วว่าเราสามารถทำกําไรจากการที่ตลาดมีความผันผวน ในบทความตอนต่อไป ทีมงานจะมา แนะนํากันครับว่าจังหวะไหนบ้างที่น่าสนใจในการซื้อความผันผวน สำหรับผู้ลงทุนที่สนใจข่าวสาร บทวิเคราะห์ และ บทความเกี่ยวกับการลงทุนทั้งหุ้นและอนุพันธ์ สามารถติดตามผลงานดี ๆ ได้ผ่านทางเว็บไซต์ www.fnsyrus.com  หรือที่ Facebook: www.facebook.com/fnsyrus/
 

ดูรายละเอียดสินค้าใน SET50 Options เพิ่มเติมได้ที่ linkout


คอร์ดเรียนเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 
Options ฟรี!     

หลักสูตร SET50 Options ฉบับมือใหม่ทั้งหมดได้ที่ linkout

หลักสูตร Options First Class ได้ที่ linkout

Options Workshop From Home ได้ที่ linkout 


บทความที่เกี่ยวข้อง