ออปชั่น (Options) เป็นสัญญาซื้อขายสิทธิที่เป็นมาตรฐาน ที่คู่สัญญาคือ “ผู้ซื้อออปชั่น (Long Position)” ตกลงซื้อสิทธิจาก “ผู้ขายออปชั่น (Short Position)” โดยผู้ซื้อจะชำระ "ค่าพรีเมี่ยม (Premium)" เพื่อแลกกับสิทธิในการซื้อหรือขายสินค้าอ้างอิงที่ราคาใช้สิทธิ (Strike Price) ณ วันครบกำหนดอายุสัญญา โดยผู้ซื้อสามารถเลือกใช้สิทธิหากมีกำไร และเลือกไม่ใช้สิทธิหากเป็นขาดทุน ในทางตรงกันข้ามผู้ขายมีภาระผูกพันในการทำตามสัญญา
ออปชั่นแบ่งเป็น 2 ประเภท
Combination Order คือ คำสั่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ลงทุนในการซื้อ (Long) สัญญาซีรีส์หนึ่ง พร้อมกับขาย (Short) สัญญาอีกซีรีส์หนึ่งภายในคำสั่งเดียว โดยที่สัญญาทั้ง 2 มีเดือนหมดอายุสัญญาที่แตกต่างกัน สำหรับชื่อย่อของการส่งคำสั่ง Combination Order จะประกอบด้วยสัญญา 2 ซีรีย์ที่หมดอายุแตกต่างกันมาเรียงต่อกัน เช่น S50H25M25 ซึ่งเมื่อเราเปิดสถานะซื้อ (Long) จะหมายถึงการส่งคำสั่งซื้อซีรีย์ตัวไกล (Long S50M25) พร้อมกับส่งคำสั่งขายซีรีย์ตัวใกล้ (Short S50H25)
การเปิดสถานะ = Open
การเปิดสถานะซื้อ = Open Long
การเปิดสถานะซื้อคอลออปชั่น = Open Long Call Options
การปิดสถานะ = Close
การปิดสถานะซื้อ = การขายเพื่อปิดสถานะ = Close Short
การปิดสถานะซื้อคอลออปชั่น = การขายเพื่อปิดสถานะคอลออปชั่น = Close Short Call Options
มีเงินหลักพันก็สามารถเริ่มต้นซื้อออปชั่นได้ โดยขึ้นอยู่กับค่าพรีเมี่ยม ณ เวลานั้นๆ คูณด้วยขนาดของสัญญา (Multiplier) เช่น
- การซื้อ SET50 Call Options มีขนาดสัญญา (Multiplier x200) สมมุติออปชั่นมีค่าพรีเมี่ยม 10 จุด จะใช้เงิน 10*200 = 2000 บาท
- การซื้อ USD Options มีขนาดสัญญา (Multiplier x1000) สมมุติออปชั่นมีค่าพรีเมี่ยม 1 จุด ใช้เงินเริ่มต้น 1*1000 = 1000 บาท